ทุกวันนี้ราคาน้ำมันแพงขึ้นมาก แต่คนใช้รถในประเทศไทยก็มักจะมีความตื่นตระหนกกันเป็นพักๆ ตามประสาคนไทย กล่าวคือ พอราคาน้ำมันสูงขึ้นครั้งแรกๆ หรือสูงขึ้นติดต่อกันสองครั้งในหนึ่งสัปดาห์ คนใช้รถก็จะตระหนกตกใจหันไปหาความรู้ความเข้าใจในการที่จะเปลี่ยนไปใช้ พลังงานชนิดอื่นๆ กันเสียที
พอราคาน้ำมันนิ่งอยู่ตัวไปสักระยะหนึ่ง คนใช้รถเริ่มจะชินก็ไม่มีใครพูดถึงกันอีกต่อไป รอเวลาเมื่อมีผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาให้ข่าวด้านลบเกี่ยวกับราคาน้ำมันอีก ครั้ง ก็จะมีการตื่นตระหนกตื่นตัวกันอีกครั้ง วนเวียนไปอย่างนี้ หรือจะสรุปว่าคนไทยเราไม่ค่อยจะเดือดร้อนกับอะไรนานนัก หรือปลงสิ่งต่างๆ ลงได้ก็ว่าได้ คนใช้รถในยามนี้จึงมีความพยายามที่จะหาวิธีการประหยัดค่าใช้จ่ายจากราคา น้ำมันลงทุกวิถีทาง จนเกิดวิธีการหรือหนทางแห่งการประหยัดที่ผิดวิธี หรือประหยัดได้เพียงค่าน้ำมันแต่ไปมีรายจ่ายด้านอื่นรออยู่อีก สรุปกลายเป็นไม่ประหยัดไป วันนี้ผมจึงขอรวบรวมวิธีการประหยัดที่ถูกและผิดมาให้เท่าที่จะรวมได้ดังต่อ ไปนี้ วิธีการที่ไม่น่าจะถูกต้องนักสำหรับการประหยัดน้ำมัน คือการไปแสวงหาสิ่งประดิษฐ์หรืออุปกรณ์พิเศษใดๆ ที่ยังไม่ได้ผ่านการรับรองจากผู้ผลิตรถยนต์ ให้สามารถใช้ได้โดยไม่มีผลต่อการรับประกันความเสียหายจากผู้ผลิตรถยนต์ หรือสารเคมีใดๆ ก็ตามที่กล่าวอ้างว่าสามารถลดอัตราการบริโภคน้ำมันและเพิ่มกำลังของเครื่อง ยนต์ได้ โดยที่สารเคมีนั้นๆ ไม่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิตรถยนต์ ที่ต้องยกเรื่องนี้ขึ้นมากล่าวเป็นเรื่องแรก เพราะทุกครั้งที่น้ำมันมีราคาแพงขึ้น สิ่งประดิษฐ์หรืออุปกรณ์และสารเคมีดังกล่าว มักจะมีการนำเสนอขายกันเกร่อราวกับดอกเห็ดในฤดูฝน และมีการกล่าวอ้างกันถึงองค์กรนั้น สถาบันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถใช้ได้ โดยที่การกล่าวอ้างนั้นส่วนใหญ่จะเป็นการกล่าวอ้างแบบคลุมเครือกำกวม การทดสอบทดลองอุปกรณ์หรือสารเคมีใดๆ ก็ตามที่กล่าวอ้างว่ามีผลต่อการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ในฐานะที่ผมขอยกตัวเองว่าเป็นคนที่อยู่วงใน ขอเรียนชี้แจงว่าส่วนใหญ่ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิดทั้ง สิ้น และหากเขาพบว่ามีอุปกรณ์หรือสารเคมีใดๆ มีทีท่าว่าน่าจะใช้งานได้จริงโดยไม่มีผลกระทบ ผู้ผลิตรถยนต์เหล่านั้นต่างล้วนซื้อหาอุปกรณ์และสารเคมีต่างๆ เหล่านั้นไปทดลองด้วยกันทั้งสิ้น การทดลองของผู้ผลิตรถยนต์รายต่างๆ ค่อนข้างเข้มงวดและจริงจังกว่าของทางราชการในบ้านเราหลายเท่า เท่าที่ทราบมีทั้งการทดลองในห้องปฏิบัติการ โดยใช้หลักปฏิบัติการทดลองด้วยข้อมูลจริงของรถยนต์ที่ผู้ผลิตมีอย่างละเอียด แล้วทดสอบหาความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีการทดลองภาคสนาม ที่ใช้วิธีการเช่นเดียวกันกับการทดลองรถก่อนที่จะเข้าสู่สายพานการผลิตและ ก่อนจะออกจำหน่าย เป็นการทดลองอย่างเข้มข้นจริงจัง และยังไม่เคยปรากฏว่ามีอุปกรณ์หรือสารเคมีใด สามารถผ่านด่านการทดลองของผู้ผลิตรถยนต์เหล่านั้นไปได้แบบไร้ข้อบกพร่อง วิธีการประหยัดน้ำมันที่ไม่น่าจะถูกต้อง อีกวิธีการหนึ่ง คือการปฏิบัติตามคำบอกเล่าที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ หรือบางครั้งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย คือพิสูจน์ทราบได้ว่าให้อัตราการประหยัดที่น่าพอใจ แต่เป็นการทำผิดกฎหมาย หรือไม่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ตัวอย่างของวิธีการที่ว่ามาเช่น การขับรถด้วยความเร็วต่ำกว่าปกติมากๆ หรือการถอดชิ้นส่วนอุปกรณ์ประจำรถบางรายออกไปเพื่อลดน้ำหนักหรือลดการต้าน ของกระแสลม หรือปรับปรุงอุปกรณ์บางชิ้นจนไม่อยู่ในระดับที่ให้ความปลอดภัยจากการใช้งาน จริงได้ เช่นเปลี่ยนยางให้มีขนาดหน้ายางแคบจนเหลือพื้นที่สัมผัสกับพื้นถนนน้อยมาก หรือปรับลดระยะห่างของผ้าเบรกกับจานเบรกจนไม่อยู่ในระดับที่ปลอดภัย คนขับรถบางคนคิดหาหนทางประหยัดแปลกๆ เช่น เมื่อขับรถใกล้จะถึงทางแยกที่มีสัญญาณไฟแดงติดอยู่ หรือเมื่อขับรถลงจากทางลาดชันเช่นทางบนภูเขา ก็จะใช้วิธีการปลดเกียร์ว่างปล่อยให้รถไหลไป เพราะเข้าใจว่านี่คือวิธีการที่จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ช่วยได้เล็กน้อยมากในแง่การประหยัดอย่างเดียว แต่เป็นต้นตอของการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างนึกไม่ถึง เพราะหากมีเหตุกะทันหัน จะไม่มีเอนจิ้นเบรกมาคอยช่วยชะลอความเร็ว และเมื่อต้องเบรกกะทันหันรุนแรง โอกาสที่รถจะเกิดอาการหมุนก็มีสูงมากขึ้นกว่าการเบรกในขณะที่รถยังคาเกียร์ อยู่ ข้อสำคัญในมาตรา 126 ของพระราชบัญญัติจราจรทางบก พุทธศักราช 2522 ยังบัญญัติเอาไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ผู้หนึ่งผู้ใดขับรถลงจากทางลาดชันเช่นทางลงภูเขาโดยใช้ เกียร์ว่างหรือเหยียบคลัตช์ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับถึง 500 บาททีเดียว จะเห็นได้ว่าบางครั้งการขับขี่รถยนต์ที่เรากระทำกันอยู่ทุกวัน หากไม่ศึกษาข้อกฎหมายให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เราก็อาจจะกลายเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายไปโดยไม่รู้ตัวได้ครับ


Be First To Comment
Leave Your Comments Below