ทีมงานคณะนักวิจัยของ พล.อ.ท.มรกต ชาญสำรวจอดีตเจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ ผู้เฒ่าวัย 73 ปี แต่ยังมีไฟสร้างผลงานดีๆเพื่อประเทศชาติ โดยสร้างรถไฟฟ้าต้นแบบที่ขับเคลื่อนด้วยก๊าซไฮโดรเจนจากน้ำได้เป็นผลสำเร็จ เป็นประเทศที่ 6 ของโลก ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้
ไม่ใช่คิดทำใช้ได้แค่ในห้องแล็บ
“เทคโนโลยีนี้ เดิมมีสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, เยอรมัน, ญี่ปุ่น และจีน ทดลองทำเป็นผลสำเร็จมาแล้ว แต่ทุกประเทศต่างเก็บงำเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่อยากให้ใครรู้ เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าจากไฮโดรเจนไม่เพียงแต่จะนำมาใช้แทนพลังงานจาก น้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น ยังสามารถใช้แทนพลังงานนิวเคลียร์ได้ด้วย ต่อไปเรือดำน้ำไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานนิวเคลียร์ ใช้พลังงานไฮโดรเจนที่ได้จากน้ำทะเล” การสร้างรถไฟฟ้าพลังไฮโดรเจนต้นแบบนี้ พล.อ.ท.มรกต เล่าว่า ได้คิดมานานร่วม 8 ปีแล้ว ตั้งแต่น้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาแพงขึ้นตลอดที่ผ่านมาได้ศึกษาทดลอง สะสมองค์ความรู้ต่างๆไว้จนหมดเงินส่วนตัวไปร่วม 20 ล้าน
และเมื่อนำโครงการสร้างรถต้นแบบไปเสนอ และสภาวิจัยแห่งชาติได้อนุมัติทุนวิจัย การลงมือสร้างรถต้นแบบอย่างจริงจังจึงเริ่มขึ้นเมื่อต้นปี 2550 โดยนำประสบการณ์ที่เคยประดิษฐ์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า, รถยนต์ไฟฟ้า, เรือโดยสารไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์, รถเมล์ไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ จนประสบผลสำเร็จมาบวกผสมกับเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าจากก๊าซไฮโดรเจน แทนไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ “รถไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นำมาใช้ในชีวิตประจำวันยาก เพราะมีปัญหาเรื่องกลางคืนไม่มีแดด ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าป้อนรถได้อย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าเราสามารถทำให้มีไฟฟ้าป้อนรถได้ตลอด 24 ชั่วโมง เอาก๊าซไฮโดรเจนมาป้อนเซลล์ เชื้อเพลิง แปลงก๊าซไฮโดรเจนให้เป็นไฟฟ้าได้ รถจะสามารถวิ่งได้ทั้งวันทั้งคืน”
อุปกรณ์ที่เป็นหัวใจสำคัญของการแปลงก๊าซไฮโดรเจนเป็นไฟฟ้านั่นก็คือ…MEA ที่ย่อมาจาก Membrane Electrode Assmbly เรียกเป็นภาษาไทยง่ายๆก็คือ เยื่อแลกเปลี่ยนโปรตรอน เป็นเยื่อบางๆ 5 ชั้น ที่มีแผ่นพลาสติกโพลีเทตราฟลูออร์เอททีลีนอยู่ตรงกลางทั้งสองข้างประกบ ไปด้วยผ้าคาร์บอนและผงถ่านที่แพลตินั่มจับเกาะเป็นจุด เมื่อก๊าซไฮโดรเจนวิ่งผ่านเยื่อ MEA จะปลดปล่อยพลังงานไฟฟ้ามาให้ เราใช้งานได้โดยตรง…ไม่ต้องผ่านแบตเตอรี่เหมือนรถไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และข้อดีอีกอย่างของรถไฟฟ้าพลังไฮโดรเจน ที่เหนือกว่าทั้งรถไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ และรถยนต์ซดน้ำมันทั่วไป…ขนาดของเซลล์พลังงานเล็กและมีน้ำหนักเบากว่ามาก หนักแค่ 4 กก.ก็ทำให้รถวิ่งได้แล้ว
เอาก๊าซไฮโดรเจนมาผลิตไฟฟ้า ชาวบ้านทั่วไปอาจจะมองว่า ก๊าซชนิดนี้จะเอามาจากไหน จะแพงเหมือนน้ำมันหรือเปล่า?
“คนไทยไม่ค่อยรู้ว่า ทุกวันนี้เราได้ปล่อยก๊าซไฮโดรเจนทิ้งไปในอากาศมากมาย โรงงานแก้ว โรงงานปิโตรเคมีปล่อยก๊าซไฮโดรเจนทิ้งทุกวันและที่ผมนำมาทดลอง ก็เป็นก๊าซไฮโดรเจนที่เขาให้มาฟรีๆ อยากจะเอาไปเท่าไรเขาก็ให้หรือจะทำก๊าซไฮโดรเจนเองก็ยังได้ แค่เอาน้ำมาแล้วใช้ไฟฟ้าแยกก๊าซไฮโดรเจนออกจากน้ำ เพียงนี้ก็ได้พลังงานแล้ว 1 ชั่วโมง ผลิตก๊าซไฮโดรเจนทำให้รถวิ่งไปประมาณ 40 กม. แบบไม่ต้องซื้อหา”
อันตรายหรือเปล่า
และเมื่อพูดถึงก๊าซไฮโดรเจน สิ่งที่ตามมาอีกอย่างนั่นก็คือ คนไทยกลัวว่ามันจะระเบิด…เพราะคุ้นหูกับชื่อระเบิดไฮโดรเจน “ไม่ต้องกลัวก๊าซนี้ไม่ระเบิดง่ายๆ จะระเบิดเผาไหม้ได้จะต้องใช้ความร้อนสูงถึง 40,000 ํC” ระเบิดไฮโดรเจนที่ว่าอันตรายร้ายแรงนั้น เกิดขึ้นเพราะเขาเอาระเบิดนิวเคลียร์เป็นตัวจุดเผาให้ก๊าซไฮโดรเจนระเบิด ฉะนั้น เมื่อเอามาใช้กับรถ จึงไม่ต้องกลัว…ในชีวิตประจำวัน เราไม่มีอะไรที่จะให้ความร้อนที่สูงเป็นหมื่นองศา
คุณประโยชน์มากกว่าเติมรถยนต์
ยิ่งไปกว่านั้นผลงานผลิตไฟฟ้าไฮโดรเจนไม่เพียงจะนำไปใช้กับรถเท่านั้น ยังสามารถนำมาเป็นไฟฟ้าใช้ในบ้านได้ด้วย…มันจึงเป็นพลังงานทดแทนตัวจริงแต่จะเป็นพลังงานทดแทนให้กับคนไทยจริงแค่ไหน…ก็ยังขึ้นอยู่กับรัฐบาล นักเลือกตั้งมีความตั้งใจจะทำให้มันจริง มากน้อย เนื่องจากที่ผ่านมา นักเลือกตั้งถนัดแต่ซื้อของนอก เพราะสามารถปั่นราคาฟาดค่าคอมมิชชั่นได้มาก



ดีค่ะ จะได้พลังงานทดแทนน้ำมัน โลกก็จะได้สะอาดขึ้น ไปอ่านเจอมาเหมือนกัน ที่ http://carrunwater. blogspot.com
และ http://www.carrunwater.net
เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ยากนะคะ น่าจะมีคนไทยนำมาทำบ้าง