
ระบบ valvetronic ใช้เทคโนโลยีใหม่ ที่ bmw คิดค้นขึ้น มันทำงานคล้ายกับ ระบบ vvti ของโตโยต้า และระบบวีเทค ในรถยนต์ฮอนด้า แต่ bmw ใช้เทคนิคใหม่ที่สมองกลของระบบจะปรับ timing
และระยะยกของ วาลว์ ไอดี ให้แปรผันไปตามรอบของเครื่องยนต์ โดยใช้สมองกลคอมพิวเตอร์เข้ามาควบคุมระบบทั้งหมด และแยกเป็นอิสระจากกล่องควบคุมของเครื่องยนต์ ใช้ cpu 32 bitความเร็ว 40 mhz
เครื่องยนต์ระบบ valvetronic ที่ติดตั้งใน bmw นั้น ยังคงใช้ camshaft เหมือนเดิม แต่จะมี eccentric shaft และชุดกระเดื่อง และลูกรอกเข้าชุดกัน โดยทั้งหมดจะถูกควบคุมการทำงานด้วย steper motor ซึ่งรับสัญญาณจากคันเร่งไฟฟ้าอีกทีหนึ่ง เมื่อ steper motorได้รับสัญญาณจากคันเร่งแล้ว มันก็จะไปควบคุมการทำงานของ eccentric shaftให้ไปกดกระเดื่องควบคุมการทำงานของวาลว์ไอดี ไปแบบต่อเนื่อง
ข้อดีของระบบ valvetronic ใน bmw ยุคปัจจุบันนี้ คือ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ ประหยัดน้ำมันขึ้น 10% ทำการสตารท์เครื่องยนต์ในอุณภูมิต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เครื่องยนต์เดินเรียบขึ้น การคายไอเสียทำได้ดี และผ่านมาตฐาน c02
สำหรับในรถยนต์ที่ไม่มีระบบ valvetronic นั้น เมื่อลิ้นปีกผีเสื้อเปิดออกระบบควบคุมจะตรวจสอบปริมาณของอากาศที่ไหลเข้ามา แล้วจึงสั่งให้หัวฉีดจ่ายน้ำมันในปริมาณที่เหมาะสมเข้าไปในห้องเผาไหม้เพื่อ ทำการจุดระเบิด ในขณะที่รถยนต์เดินเบา หรือเร่งเครื่องยนต์ไม่มากนักอากาศที่ผ่านเข้ามาทางลิ้นปีกผีเสื้อที่ใกล้ ปิด ในขณะเดียวกันนั้นกระบอกสูบยังคงทำงานอยู่ จะทำให้เกิดการดูดเอาอากาศจากท่อไอดี จึงทำให้เกิดสูญญากาศ ซึ่งมันจะก่อให้เกิดแรงต้านของกระบอกสูบและทำให้สูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น เครื่องยนต์จะทำงานช้าลงยิ่งลิ้นปีกผีเสื้อใกล้ปิด ก็ยิ่งทำให้สูญเสียพลังงานมากยิ่งขึ้นไปอีก
อาการสูญเสียกำลังนั้น เรียกว่า pumping loss
แต่เครื่องยนต์ที่มีระบบ valvetronic ในกรณีเดียวกันนั้น แทนที่ camshaft จะกดกระเดื่องวาลว์โดยตรง มันจะทำงานร่วมกันกับ eccentric shaft ไปกดกระเดื่องวาลว์ให้มีระยะยกของวาลว์ที่เหมาะสม อากาศที่ไหลผ่านเข้ามาในท่อไอดี มีปริมาณน้อยลงจึงทำให้ pumping loss ลดลงไปด้วย ยิ่งเมื่อทำงานควบคู่ไปกับระบบ vanos ของ bmw เครื่องยนต์ก็จะยิ่งมีประสิทธภาพมากขึ้นไปอีกและยังไปลดอุณภูมิในห้องเผา ไหม้ ได้อีก60% ซี่งจะไปช่วยเสริมให้ระบบหล่อเย็นใช้พลังงานลดลง 60% ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ระบบ valvetronic จะลดประสิทธภาพลง เมื่อเครื่องยนต์ทำงานในรอบเครื่องที่สูงกว่า 6000 rpm เพระระบบ valvetronic ต้องการสปริงวาลว์ที่ใหญ่และแข็งขึ้น เมื่อสปริงวาลว์ใหญ่และแข็งขึ้นก็จะสูญเสียพลังงานจากแรงเสียดทานมากขึ้นตาม ไปด้วย
ไทยรัฐออนไลน์


Be First To Comment
Sorry the comment area are closed