แนนนี่-ภัทรนันท์ ดีรัศมี นักร้องสาวสวยสุดเซ็กซี่ชื่อดังจากวงเกิร์ลลี่ เบอร์รี่ (Girly Berry) เผยถึงการหันมาลงทุนทำธุรกิจออนไลน์ครั้งแรก โดยเปิดร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับแนวพังก์ ซึ่งเป็นแนวการแต่งกายที่ตัวเองชื่นชอบ
แนนนี่เล่าว่าโดยส่วนตัวของเธอเป็นคนชอบแต่งตัวแนวพังก์ ประกอบกับต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เนื่องจากมองว่าอาชีพวงการเป็นอาชีพที่ไม่ยั่งยืนเท่าไร หากมีธุรกิจเป็นของตัวเองจะทำให้เกิดความมั่นคงกับชีวิตมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงตัดสินใจเปิดร้านค้าออนไลน์โดยใช้ความชื่นชอบในการแต่งกายแนว พังก์มาเป็นจุดเริ่มต้นในทำธุรกิจแรกในชีวิต
ก่อนที่จะเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ แนนนี่เล่าว่าเคยเปิดร้านเสื้อผ้าแนวพังก์และแนวผู้หญิงหวานๆ โดยใช้ชื่อร้าน “Sweetmeetpunx” ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ในปัจจุบัน ที่หลังดิ เอสพลานาด แต่มีเหตุให้ต้องปิดกิจการไป หลังจากนั้นจึงคิดทำธุรกิจบนโลกออนไลน์แทนเพราะเพื่อนแนะนำ และได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจอีคอมเมิร์ช ก็พบว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 มีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี
ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนแล้ว โดยเฉพาะวัยรุ่น วัยทำงาน ที่ส่วนใหญ่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ทุกวัน และเดี๋ยวนี้อินเทอร์เน็ตได้กระจายไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น ทำให้มีการเข้าใช้งานมากขึ้น จึงมองว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ชน่าจะเติบโตในอนาคตแน่นอน
แนนนี่เล่าต่อว่า “ข้อ ดีของการทำธุรกิจออนไลน์อย่างแรกคือเหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาเปิดร้านได้ทุก วัน อย่างที่สองสามารถดูแลและบริหารจัดการร้านเมื่อไรก็ได้ เหมือนยกร้านกับเราไปได้ทุกทีเพียงแค่มีโน้ตบุ๊ก และสุดท้ายคือลงทุนต่ำเพราะไม่ต้องจ่ายค่าเช่าที่
“ตอนนี้เว็บไซต์เปิดได้ประมาณ 4 เดือน มีผู้เข้าชม 3,000 กว่าคน จำนวนสินค้า 23 ชิ้น โดยสินค้าที่วางจำหน่ายจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ รวมถึงของสะสมซึ่งออกแนวพังก์แบบญี่ปุ่น เป็นแนวน่ารักแฟนซีมากกว่าออกแนวโหดเหมือนทางฝั่งตะวันตก
“แหล่งที่ไปรับสินค้ามาจำหน่ายคือฮ่องกง ตอนนั้นไปเดินช้อปปิงกับเพื่อนแล้วเจอร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับแนวพังก์ที่ชอบ จึงเกิดไอเดียในการซื้อกลับมาขายที่เมืองไทย เพราะเห็นว่าร้านเสื้อผ้าแนวพังก์ยังมีไม่มาก แต่ความต้องการของตลาดยังสูง ประกอบกับตัวเองเป็นคนชอบแนวนี้ด้วย จึงตัดสินใจซื้อมาทดลองขายที่ไทย
“สำหรับการคัดเลือกสินค้าจะเลือกราคาไม่สูงนัก เนื่องจากมองว่ากลุ่มลูกค้าเป็นเด็กวัยรุ่น กำลังซื้อไม่มากเท่ากับวัยทำงาน และสินค้าแต่ละแบบจะนำมาอย่างละ 2-3 ชิ้นเท่านั้น เพราะต้องการทดลองตลาดก่อน ประกอบกับเป็นสินค้าแฟชั่นซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก หากซื้อมามากเกินไปจะระบายสินค้าออกไม่ทันกับเทรนด์แฟชั่นใหม่ เกิดสินค้าค้างสต๊อก ดังนั้นจึงได้วางแผนไปซื้อสินค้าใหม่ทุก 3 เดือน แต่ต้องขึ้นอยู่กับกำไรที่ได้จากการขายสินค้าด้วยว่าคุ้มกับค่าเดินทางหรือ ไม่ ถ้าไม่คุ้มก็จะฝากเพื่อนที่เป็นแอร์โฮสเตสซื้อเข้ามาให้แทน”
แนนนี่เปิดเผยว่า งบลงทุนในการทำร้านเสื้อผ้าออนไลน์ใช้เงินเพียง 10,000 กว่าบาทในการซื้อสินค้าเข้าร้าน หากรวมค่าเช่าหน้าร้านออนไลน์รายปีใช้เงินประมาณ 20,000 บาทเท่านั้น หากเปรียบเทียบกับการลงทุนเปิดหน้าร้านแถวสยามสแควร์จะเห็นว่าลงทุนน้อยกว่า หลายร้อยเท่า ซึ่งถ้าตัดสินใจเปิดร้านก็ไม่แน่ใจว่าจะได้กำไรคุ้มกับค่าเช่าร้านหรือไม่ ดังนั้นการทำธุรกิจออนไลน์จึงลดภาวะความเสี่ยงในการทำธุรกิจได้อย่างมาก
การกำหนดราคาสินค้าจะสำรวจจากร้านที่ขายสินค้าแนวเดียวกันว่ามีการตั้งราคา ขายเท่าไร จากนั้นจึงกำหนดราคาสินค้าในเว็บไซต์ โดยคิดจากต้นทุน สินค้า ค่าเดินทาง ค่าเหนื่อย และบวกกำไรเข้าไปอีกสักหน่อยเท่านั้น ดังนั้นราคาสินค้าจึงถูกกว่าร้านค้าปกติ เนื่องจากต้นทุนสินค้าต่ำกว่าร้านค้าทั่วไป ประกอบกับการตั้งราคาควรกำหนดให้ดึงดูดใจลูกค้าในการซื้อมากที่สุด
“จุด อ่อนของธุรกิจอีคอมเมิร์ช คือการขาดความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ หากพบว่าบนเว็บไซต์ราคาสินค้าถูกกว่าร้านค้าทั่วไป แถมเป็นสินค้านำเข้า คุณภาพดี จะทำให้ผู้ซื้อหันมาซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์มากขึ้น”
สำหรับการสั่งซื้อและจัดส่งสินค้านั้น แนนนี่บอกว่าได้แจ้งบนเว็บไซต์ให้กับลูกค้าแล้วว่าหากต้องการสินค้าชิ้นใด ให้ส่งอีเมลหรือโพสต์สอบถามเกี่ยวกับสินค้าก่อนว่าสินค้าที่ต้องการมีหรือ ไม่ จึงจะโอนเงินมาให้ที่ร้าน เพราะสินค้าแต่ละแบบมีเพียง 2-3 ชิ้น แนนนี่ไม่ต้องการให้ลูกค้าโอนเงินมาแล้วแต่ไม่มีสินค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่ดีต่อร้านด้วย
“ตอนนี้ช่อง ทางการชำระเงินของเว็บไซต์เรามีเพียงให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น เนื่องจากมองว่าคนยังไม่เชื่อมั่นในการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต ดังนั้นการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารจึงเป็นวิธีที่ได้รับเลือกในการชำระเงิน ของลูกค้ามากที่สุด และการจัดจัดส่งสินค้านั้น หากลูกค้าอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สินค้าจะส่งถึงประมาณ 1 วัน ส่วนต่างจังหวัดจะใช้เวลาส่งประมาณ 3-4 วัน”
แนนนี่เล่าว่าเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์นี้ถือว่าสร้างขึ้นมากับมือ จากที่ไม่เคยรู้จักกับธุรกิจอีคอมเมิร์ช การออกแบบ และบริหารเว็บไซต์อีคอมเมิร์ช ต้องศึกษาทุกขั้นตอน จึงนับว่าค่อนข้างยากและท้าทายพอสมควร แต่ด้วยเป็นช่วงที่พักอัลบัมจึงมีเวลาศึกษาอย่างเต็มที่ คลุกคลี กับเว็บไซต์วันละหลายชั่วโมง อีกทั้งเป็นคนชอบเทคโนโลยีด้วย จึงมีแรงกระตุ้นในการศึกษาเพิ่มมากขึ้น และคิดว่าจะศึกษาต่อไปเรื่อยๆ เพื่อนำความรู้มาพัฒนาเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ของตนให้อำนวยความสะดวกแก่ ลูกค้ามากยิ่งขึ้น
ส่วนการบริหารร้าน แนนนี่บอกว่าเธอให้เพื่อนมาช่วยดูเรื่องการตอบคำถามลูกค้าและดูแลรายการสั่ง ซื้อ เพราะมองว่าหากมีการตอบปัญหารวมถึงยืนยันการสั่งซื้อเร็วเท่าไรก็จะทำให้ ลูกค้าเชื่อมั่นในบริการของร้านมากขึ้น การเลือกสินค้าเข้าร้าน การอัพโหลดสินค้า และจัดส่งจะเป็นคนดูแล
“กลุ่ม ลูกค้าหลักของร้านจะมีอายุประมาณ 15-23 ปีและเป็นผู้หญิง ดังนั้นเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือของสะสมต่างๆ ที่นำเข้ามาจะเป็นของน่ารักแบบแปลกๆ ซึ่งตอนนี้ได้มองแหล่งนำเข้าสินค้าเพิ่มคือที่เกาหลี เพราะมีเพื่อนอยู่ที่นั่น คาดว่าจะได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้น โดยเรายังคงเน้นสินค้าคุณภาพ ราคาไม่แพง
“ตอนนี้ เว็บไซต์ได้เปิดให้ลูกค้าลงทะเบียนเป็นสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษที่จะเกิด ขึ้นในอนาคต ตอนนี้มีสมาชิกที่สมัครเข้ามา 9 คน ซึ่งเป็นลูกค้าประจำที่ซื้อสินค้ากับทางร้าน โดยแผนแรกสำหรับการทำโปรโมชั่นที่วางไว้คือ หากมีการซื้อสินค้ามากกว่า 3 ครั้งขึ้นไปจะได้ส่วนลด 5 เปอร์เซ็นต์ ต่อไปอาจมีการจัดมีตติงให้กับสมาชิก เพราะถือว่าสมาชิกที่เข้ามาซื้อสินค้าเป็นกลุ่มคนชอบพังก์อยู่แล้ว จึงเป็นการสร้างสังคมออนไลน์ของคนชอบพังก์ได้ด้วย รวมถึงหากมีเทศกาลสำคัญ เช่น ปีใหม่ คริสต์มาส อาจจะสุ่มสมาชิกเพื่อรับของรางวัลจากทางร้านด้วย”
สำหรับเรื่องการประชาสัมพันธ์ร้านออนไลน์แห่งนี้ แนนนี่เปิดเผยว่าได้ใช้ช่องทาง hi5 ของตัวเองในการประชาสัมพันธ์ด้วย โดยการถ่ายภาพเสื้อผ้าที่ขายในร้านซึ่งตัวเองแต่งตัวเป็นนางแบบ และให้เพื่อนที่มหาวิทยาลัยมาเป็นนางแบบนายแบบด้วย ซึ่งจะมีการอัพโหลดภาพเสื้อผ้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราจะแบ่งเป็นเซ็ตๆ ในการนำเสนอ
นอกจากนี้ได้ทำการไปโพสต์ตาม hi5 เพื่อนดาราในการโปรโมตร้านด้วย ซึ่งหลังจากประชาสัมพันธ์ออกไปปรากฏว่าได้รับการตอบรับอย่างดี ลูกค้าส่วนใหญ่มาจากเพื่อนใน hi5 ซึ่งเป็นแฟนคลับของตัวเองหรือของเพื่อนดารา
แนนนี่เล่าว่า “hi5 นับเป็นเครื่องมือที่ดีมากในการช่วยประชาสัมพันธ์หรือกระจายข่าวได้อย่างดี แต่ก่อนไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนชอบเล่น hi5 เข้ามาลองเล่นเมื่อ 2 ปีที่แล้วเพราะเห็นสกินมีให้เลือกตกแต่งหน้าโปรไฟล์ส่วนตัวมากมายเท่านั้น ไม่ได้สนใจเรื่องของการสร้างเครือข่ายเพื่อน ดังนั้นเมื่อมีคนมาขอเชิญเป็นเพื่อนก็ไม่เคยรับสักครั้ง จนกระทั่งพี่โปรดิวเซอร์เตือนให้รับเพื่อนบ้าง เพราะทุกคนล้วนเป็นแฟนคลับและคนสนับสนุนของเราทั้งนั้น ตั้งแต่ตอนนั้นก็เริ่มเปิดรับเพื่อนตลอด จนตอนนี้มีเพื่อนใน hi5 ประมาณแสนกว่าคน จากจำนวนเพื่อนใน hi5 ที่มีมากทำให้เห็นถึงช่องทางแรกในการประชาสัมพันธ์ร้านเสื้อผ้าออนไลน์ของ เรา เนื่องจากมองว่าเพื่อนจำนวน 100,000 คน หากเขาเห็นที่เราประชาสัมพันธ์สัก 10 เปอร์เซ็นต์ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ซึ่งได้ใช้โปรโมตก่อนเว็บไซต์จะเปิดให้บริการประมาณ 2 สัปดาห์ ปรากฏว่ามีเพื่อนใน hi5 เข้ามาสอบถามเยอะมาก เพราะเห็นภาพที่ถ่ายโชว์ในสไลด์ ทำให้เห็นถึงพลังของ hi5 อย่างมากสำหรับการประชาสัมพันธ์เบื้องต้น”
แนนนี่เล่าต่อว่าตอนนี้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของธุรกิจออนไลน์ ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะในการขายสินค้า หากมีการสั่งซื้อสินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอเป็นจำนวนมากขึ้น เธอ ตั้งใจจะทำเสื้อผ้าที่เป็นแบรนด์ของตัวเอง โดยวางแผนว่าระหว่างขายเสื้อผ้าที่นำเข้ามาจะให้เพื่อนออกแบบเสื้อเชิ้ตแบบ โกธิควางขายร่วมด้วยบนเว็บไซต์เพื่อทดลองตลาด หากมีลูกค้าสนใจและติดตลาดเมื่อไร สินค้าทั้งหมดคงกลายเป็นเสื้อผ้าที่ผลิตขึ้นเองทั้งหมด
“ขอฝากเว็บไซต์ www.sweetmeetpunx.com โดยเว็บไซต์นี้เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าเด็กพังก์ เด็กแนว คอสเพลย์ รวมถึงคนที่ชอบแฟชั่นแนวเกาหลี ฮ่องกงที่กำลังอินเทรนด์ สามารถคลิกเข้ามาชมได้ที่เว็บไซต์ และในอนาคตอาจมีสินค้าที่เราออกแบบเอง เป็นแบรนด์ของเราเองออกสู่ตลาด ก็อยากให้ติดตามกันต่อไป และสำหรับคนที่สนใจทำธุรกิจด้านนี้อยากให้ลงมือทำเลย เนื่องจากการแข่งขันด้านธุรกิจนี้เริ่มสูงขึ้น ดังนั้นทุกคนมีโอกาสเท่ากัน เพราะส่วนใหญ่ทุกคนทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทุกวัน สามารถสร้างธุรกิจและดูแลธุรกิจออนไลน์ได้ง่ายขึ้น เชื่อว่าหากเราก้าวไปก่อนคนอื่นมากกว่าหนึ่งถือว่าได้รับโอกาสที่ดีกว่า” แนนนี่กล่าว


Be First To Comment
Leave Your Comments Below