E85 คือพลังงานทางเลือกสำหรับรถยนต์ ที่มีส่วนผสมของเอทานอล 85% น้ำมันเบนซินพื้นฐาน 15% (หรือเรียกกันว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 85) ปกติ เครื่องยนต์โดยทั่วไป สามารถใช้น้ำมันเอทานอล น้อยกว่า 10% โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยน อุปกรณ์ใดๆ แต่หากว่า ใช้ในสัดส่วน 20% นั้น ต้องปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนเครื่องยนต์ หรือผลิตเครื่องมาเพื่อ การผสมเอทานอล สามารถใช้ไปได้จนถึงสัดส่วน 85% เรียกว่า E85 รถชนิดนี้ จะใช้ น้ำมันที่ผสมเอทานอลตั้งแต่ 0-85% และเราจะเรียกว่า รถ เอฟเอฟวี (Flexible Fuel Vehicles)(รถจะต้องเป็นรถยนต์ใหม่ที่ได้รับการผลิตมาให้ใช้ e85 รถยนต์ในตลาดรุ่นเก่าไม่สามารถใช้ได้)
ในอเมริกา จะมีการประกาศรายชื่อรถยนต์รุ่นใหม่ที่สามารถใช้ e85 ซึ่งนำออกจำหน่ายในปี 2008 แล้ว จากผู้ผลิตหลายราย เช่น ไครสเลอร์, ฟอร์ด, เจนเนอรัล มอเตอร์ส ,นิสสัน และเมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมทั้งหมดแล้ว 31 รุ่น
ปัจจุบันน้ำมันแก๊สโซฮอล์ หรือเชื้อเพลิงเบนซินผสมเอทานอลในประเทศไทยนั้น ใช้กันอยู่ในระดับ E10 อันเป็นการผสมระหว่างเอทานอล 10 เปอร์เซ็นต์ กับน้ำมันเบนซินพื้นฐาน 90 เปอร์เซ็นต์ และแก๊สโซฮอล์ E20 จากนี้อีกไม่เกิน 6 เดือน เราจะได้เห็น แก๊สโซฮอล์ E 85 น้องใหม่ล่าสุด
ไทยเหมาะสมกับอี 85 แค่ไหน
เอทานอลนั้นเป็นผลิตจาก ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย และอีกหลายอย่าง ในโลกนี้ มีประเทศที่ประชากร ผลิต พืชเหล่าไม่มากมาย และไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำของโลกที่มีพื้นฐานดี สำหรับการผลักดันการใช้ เอทานอลในสัดส่วนที่สูงเพื่อเป็นเชื้อเพลิงของรถยนต์เครื่องยนต์เบนซินนั้น ไม่ใช่ว่าจะทำที่ไหนก็ได้ นโยบายนี้ต้องดูว่า ประเทศนั้นๆ มีทรัพยากร
หรือไม่ ประชากรปลูกพืชอะไรเป็นหลักและแน่นอนว่า ไทยนั้นเราปลุกมันสำปะหลังและอ้อย ค่ายรถยนต์จะเลือกที่จะทำการลงทุนหรือผลิตรถอี 85 ในประเทศที่มีศักยภาพเท่านั้น
ดังนั้น บางประเทศเช่น ยุโรปส่วนใหญ่ ญี่ปุ่น จึงไม่ใช่แหล่งที่จะส่งเสริมรถที่ใช้เอทานอล ในขณะที่แรงกดดันทางด้าน ราคาน้ำมัน นั้นทำให้มีความต้องการใช้ ซึ่งเป็นโอกาสที่จะผลักดันให้เกิด ตลาดรถยนต์ อี 85 ได้ รัฐบาลคาดว่า หากประชาชนหันมาใช้อี 85 กันมาก จะลดการนำเข้าน้ำมันได้กว่า 97,000 ล้านบาทต่อปี
น้ำมันอี 85 ควรราคาเท่าไร
อี 85 คือพลังงานทางเลือก เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน หากว่าไม่มีราคาที่จูงใจแล้ว ผู้บริโภคอาจจะไม่สนใจ ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลได้กำหนดไว้คือ การลดราคาน้ำมันอี 85 ให้ถูกกว่าน้ำมันอื่นๆ
โดยการลดภาษีน้ำมันลง ในภาคปฏิบัติรัฐบาล โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องไปเสนอว่าจะทำให้ อี 85 มีราคาต่ำลงได้อย่างไร สำหรับ แวดวงของอี 85 มีการวิจัยและพบว่า ราคาของน้ำมันอี 85 จะต้องต่ำกว่าน้ำมันทั่วไป 35-40% ต่อลิตร จึงจะจูงใจให้คนหันมาใช้ หากเป็นเช่นนี้ คาดว่า อี 85 จะมีราคาต่ำกว่าเบนซินทั่วไปประมาณลิตรละ 10 บาท
เหตุผลที่ต้องเป็นอัตรา 30-40 % ต่อลิตรเมื่อเทียบกับน้ำมันเบนซินทั่วไปเพราะว่า การใช้น้ำมันเบนซินที่มีสูตร อี 85 นั้นจะมีความร้อนต่ำ ให้พลังงานน้อยกว่า การใช้เบนซินอี 85 จะเปลืองกว่า น้ำมันเบนซินทั่วไป 30% หมายความว่าต่อลิตร เดินทางได้น้อยกว่าเบนซิน ดังนั้น น้ำมันอี 85 ก็ต้องราคาต่ำกว่า เบนซินในสัดส่วนที่พอจะจูงใจให้คนเข้ามาใช้
รถยนต์อี 85 จะถูกลงหรือไม่
เป็นที่แน่นอนว่า ราคารถยนต์อี 85 จะต้องมีราคาต่ำลง เพราะจากเงื่อนไขที่เกิดขึ้น ต้องทำให้รถราคาต่ำจึงจะจูงใจให้คนหันมาซื้อ รถ/ไปใช้เพราะว่า โดยพื้นฐานการผลิตรถที่ใช้อี 85 ได้จะมีต้นทนสูงกว่ารถทั่วไปเพราะว่า จะต้องพัฒนาชิ้นส่วนใหม่เช่น ถังน้ำมัน ชิ้นส่วนภายใน ในแง่ของผู้ผลิตมีต้นทุนที่สูงกว่ารถเบนซินทั่วไปหากเทียบกันหน่วยต่อหน่วย ดังนั้นรัฐบาลมีแผนจะลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์เหล่านี้ลง ให้เหลือ 20% ซึ่งเป็นภาษีที่เท่ากับการจัดเก็บรถใช้ก๊าซ และรถไอบริด ที่รัฐบาลส่งเสริมในฐานะที่เป็นรถที่ใช้พลังงานทางเลือกอีกส่วนหนึ่งดังนั้น รถยนต์ ที่ใช้อี 85 ได้ต้องมีราคาที่หาซื้อได้ง่าย
ยุโรปหนุนญี่ปุ่นค้าน
ทันที่มีเสียง ว่ารัฐบาลดันอี 85 ก็มีภาครถได้แบ่งออกเป็นสองฝั่งคือ ส่วนอเมริกากับยุโรป และฝั่งญี่ปุ่น ค่ายโตโยต้าบอกว่า หากรัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตให้กับรถยนต์เชื้อเพลิง อี 85 อาจจะส่งผลต่อ โครงการอีโค คาร์ ที่มีกำหนดจะออกมาในอีก 2 ปี เพราะถ้าลดภาษีสรรพสามิตรถ อี 85 ให้ต่ำกว่ารถ อี 20 ซึ่งปัจจุบันจัดเก็บอยู่ที่ 25% ในขณะที่ภาษีสรรพสามิตรถอีโค คาร์อยู่ที่ 17% ถ้าหากภาษีสรรพสามิตรถ อี 85 อยู่ตรงกลางประมาณ 20-21% ส่วนต่างเพียง 3% อาจทำให้มีการทบทวนการลงทุนในค่ายรถบางรายได้ เพราะว่า ค่ายรถอาจจะ เลือก จะนำรถยนต์โมเดลเดิมมาพัฒนาให้เป็นรถ อี 85 โดยไม่ทำรถอีโคคาร์ที่มีเงื่อนไข มากมาย
“โครงการอีโค คาร์ค่ายรถจะลงทุนใหม่รวมกันกว่า 7 หมื่นล้านบาท และต้องผลิตถึงค่ายละ 1 แสนคัน หากมีการถอนการลงทุน อันเนื่องจากโครงการ อี 85 รถคงแพงกว่าและจะเป็นการนำเข้าที่ไม่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมยาน ยนต์และภาคชิ้นส่วนยานยนต์ไทย อย่างไหนจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่ากัน”
ฮอนด้าบอกว่า หากรัฐบาลส่งเสริมเชื้อเพลิง อี 85 ซึ่งเริ่มด้วยการนำเข้ารถยนต์มาทำตลาด ทางฮอนด้าเป็นกังวลอย่างมาก ในฐานะค่ายรถที่ลงทุนในเมืองไทยมายาวนาน ฮอนด้าเห็นด้วยในหลักการและทิศทางของเชื้อเพลิง อี 85 แต่รัฐบาลไม่ควรเร่งรีบ และการให้ความสำคัญกับรถนำเข้าจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมและความ มั่นใจของนักลงทุนในประเทศ
หากรัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ อี 85 ลงไปต่ำกว่า อี 20 และใกล้กับรถอีโค คาร์ ส่วนต่างภาษีเพียงเล็กน้อยจะกระทบต่อโครงการอีโค คาร์ที่ค่ายรถ 7 รายจะลงทุนกันอีกกว่า 7 หมื่นล้านบาท จะมีการลงทุนหรือไม่ รัฐบาลจะดูแลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโปรดักท์ แชมเปียนส์ตัวที่ 2 ของประเทศอย่างไร และตั้งคำถามว่า หากรถอีโค คาร์สามารถใช้เชื้อเพลิง อี 85 ได้ จะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับอีโค คาร์เพิ่มหรือไม่ เพราะอีโค คาร์เป็นรถที่มีพื้นฐานที่ดีมาก แต่ได้สิทธิทางภาษีสรรพสามิตเพียง 17%
สำหรับค่ายรถยุโรป โดย มีเจนเนอรัลมอเตอร์ส วอลโว่ และฟอร์ด ยืนยันว่า อี 85 เป็นนโยบายที่เหมาะสมกับประเทศไทย เพราะว่า ช่วยคนรากหญ้า ประหยัดเงินตราไม่ให้ออกนอกประเทศและ พร้อมจะทำรถออกมาขายทันที ในเวลาน้อยกว่า 18 เดือนจีเอ็มจะเอารถมาขาย ส่วนวอลโว่ 12 เดือน และฟอร์ดใน 6 เดือนจากนั้นอีก 18 เดือนจะแนะนำรถยนต์อี 85 ในเช็กเมนท์บี คาร์ ซึ่งเป็นการประกอบรถในประเทศ ความเห็นไม่ตรงกันของค่ายยุโรปและกับญี่ปุ่น ไม่ใช่เรื่องของเทคนิคอลแต่เป็นเรื่องของธุรกิจ ซึ่งเป็นแง่มุมของผลประโยชน์ของแต่ละยี่ห้อ
เลือกใช้ ไทยได้กับได้
แต่สำหรับคนใช้ ในสถานการณ์เช่นนี้ คงบอกไม่ได้ ว่า ไม่มีหนทางใดสำหรับไทย ที่ทำให้ภาระด้านพลังงานของประชาชนลดลง นอกจาก การใช้เอทานอลที่ผลิตได้เอง แนวทางอี 85 ไม่มีอะไรเลยก่อให้เกิดความเสียหายต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ นี้ รากหญ้าได้ปลูก อ้อยปลูกมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น ประชาชนได้ใช้พลังงานราคาลดลง ภาพรวม ประเทศไทยลดการพึ่งพลังงานนำเข้าและหันมาพึ่งพาพลังงานในประเทศ และเป็นพลังงานที่ยั่งยืน อี 85 จึงเป็นการมาที่ได้จังหวะจะโคน ไม่มีใครปฏิเสธมันได้


Be First To Comment
Leave Your Comments Below