เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ปี 2006 ซัมซุงได้สร้างตำนานของกล้องคอมแพคดิจิตอลระดับหรู ด้วยผลงาน ชั้นยอดในกล้องตระกูล NV-series ที่ผสมผสานทั้งรูปลักษณ์การออกแบบที่ดูสวยงามคลาสสิค โครงสร้างแบบโลหะล้วน และฟังก์ชั่นการทำงานที่เพียบพร้อมในชื่อรุ่น NV10 ต่อมาอีก 7 เดือน (29 ม.ค. 2007) ก็ได้ทำการปรับปรุงกล้องรุ่นนี้อีกครั้งในรหัส NV11 ด้วยความละเอียด 10 ล้านพิกเซลเท่าเดิม แต่เพิ่มอัตราขยายเลนส์ซูมเป็น 5 เท่า และเปลี่ยนจอมอนิเตอร์ที่ใช้ให้ใหญ่ขึ้นเป็น 2.7 นิ้ว ซึ่งในรุ่น NV11 นี้ ซัมซุงได้เพิ่มขนาดของกระบอกเลนส์ให้มีขนาดใหญ่และยาวออกมานอกบอดี้มากขึ้น มาถึงรุ่น NV20 (30 ก.ค. 2007) ซัมซุงเพิ่มความละเอียดกล้องเป็น 12 ล้านพิกเซล แต่กลับมาใช้เลนส์ซูมขนาด 3X เท่าเดิม เพราะต้องการให้ตัวกล้องมีขนาดเล็กกะทัดรัด และหันกลับมาใช้ขนาดของจอภาพ 2.5 นิ้วเหมือนเดิม
และเมื่อต้นปี 2008 ที่ผ่านมา ซัมซุงก็ได้สร้างตำนานของกล้องรุ่นนี้อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว NV24HD ที่มีเลนส์ซูมมุมกว้างถึง 24 มม. กว้างมากที่สุดในโลกเมื่อเทียบกล้องในระดับเดียวกัน (เทียบกับกล้อง 10.2 ล้านพิกเซลแบบคอมแพคที่มีความบางพิเศษ เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2008) อีกทั้งยัง เป็นกล้องดิจิตอลรุ่นแรกที่สามารถถ่ายวิดีโอด้วยความละเอียดสูงถึง 720p HD video ที่ความเร็ว 30 เฟรม/วินาทีได้เลยทีเดียว ซึ่งจะรองรับการทำงานร่วมกับโทรทัศน์ในระบบ Full HD ที่มีความละเอียดสูง 1080i ด้วยสาย HDMI ซึ่งสามารถเปิดชมทั้งภาพและไฟล์วิดีโอด้วยความละเอียดสูงสุดได้ทันที ความไวแสงรองรับการใช้งานได้ถึง ISO 3200 และฟังก์ชั่นอันทันสมัยอย่าง Smile Shot, Blink Detection และ Self Portrait ที่ทำให้การถ่ายภาพของคุณง่ายดายมากยิ่งขึ้น
ส่วนการออกแบบภายนอกก็ได้ปรับปรุงใหม่อีกหลายจุด โดยเฉพาะวงแหวนเลือกโหมดสีแบบ Photo Style ขึ้นมาทางด้านบน ทำให้การปรับโหมดสีในแบบต่างๆ ทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งคุณสมบัติอันโดดเด่นหลายอย่างนี้ยังทำให้ NV24HD ได้รับรางวัล TIPA Awards 2008 ด้าน “กล้องคอมแพคดิจิตอลขนาดเล็กพิเศษดีเด่น” Best Ultra Compact Digital Camera 2008 ไปเลยทีเดียว
24 mm Ultra Wide Angel
ใน NV24HD ซัมซุงเพิ่มจุดเด่นด้านเลนส์ซูมของตนเองให้มีคุณสมบัติในการเก็บภาพในช่วงมุมกว้างได้มากขึ้น โดยที่มีช่วงมุมกว้างสุดมากถึง 24 มม.เลยทีเดียว ส่วนเลนส์ออพติคอลซูมนั้น ให้อัตราซูมที่มากขึ้นเป็น 3.6X ครอบคลุมการทำงานตั้งแต่ช่วง 24-86.5 มม. จากเดิมที่ทำได้เพียง 3X ที่ประมาณ 35-105 มม.เท่านั้น (เมื่อเทียบกับระบบ 35 มม.) โดยเลนส์ที่ใช้ยังคงเป็นเลนส์คุณภาพเยี่ยมจาก Schneider-Kreuznach Varioplan Zoom 4.3-15.5 มม. f/2.8-5.9 โดยมีระยะโฟกัสใกล้สุดในระบบมาโครที่ 5 ซม.เท่านั้น (ที่ช่วงมุมกว้าง) โดย ช่วงมุมกว้าง 24 มม.นี้ จะช่วยให้คุณสามารถเก็บภาพทิวทัศน์ได้อย่างกว้างขวางสะใจ หรือเก็บภาพเพื่อนๆ ในกลุ่มได้อย่างเต็มที่ ในระยะการทำงานที่ใกล้กว่า รวมถึงภาพแนว Snap-shot และ Street photo ก็เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง
ด้วยดีไชน์กระบอกเลนส์แบบสองชั้นที่ดูสวยงามและมีความสมส่วน ช่วยสร้างสโลปที่สวยงามในทุกช่วงซูมเลยทีเดียว การหาโฟกัสเป็นแบบ TTL ผ่านเลนส์ด้วยเซ็นเซอร์โฟกัสภาพแบบหลายจุด หรือเลือกให้ทำงานในระบบจับโฟกัสที่ใบหน้าแบบ Face Recognition AF ก็ได้ โดยสามารถจับโฟกัสที่ใบหน้าของบุคคลได้มากถึง 9 ใบหน้าในครั้งเดียว และเคลื่อนจุดโฟกัสติดตามใบหน้าไปตลอดเวลาที่อยู่ในกรอบภาพ จึงทำให้การจับโฟกัสไม่ผิดพลาด และเป็นเรื่องง่ายต่อการจัดองค์ประกอบภาพในแบบที่ต้องการ
2.5” AMOLED
และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหลักที่ทำให้ NV24HD ได้รับรางวัล TIPA Awards ในปีนี้ด้วยเช่นกัน เพราะจอมอนิเตอร์แบบ AMOLED [Active Matrix Organic LED] นี้ถือเป็นเอกลักษณ์ ถึงแม้จะมีขนาดใหญ่เพียง 2.5 นิ้ว และมีความละเอียด 230,000 พิกเซล แต่เป็นจอมอนิเตอร์ที่ให้คุณภาพความคมชัด และความสว่างที่ดีในทุกๆ สภาพแสง รวมถึงมีองศาการมองภาพที่กว้างมากถึง 180 องศา จึงทำให้การมองภาพในมุมมองต่างๆ ทำได้อย่างถนัดตา ซึ่งต่างจากจอ TFT-LCD ทั่วๆ ไป โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การแสดงสีสันที่ทำได้ อย่างเที่ยงตรงและแม่นยำสูงมาก ให้สีสันที่สดใสจัดจ้าน และมีคอนทราสต์ที่ดีเยี่ยม แม้จะดู ภาพในที่ที่มีแสงแดดจัดก็ตาม นอกจากนี้การปรับควบคุมการทำงานของฟังก์ชั่นต่างๆ ยังคงใช้ระบบ Smart Touch ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกล้องในตระกูล NV-series ที่ทำงานในระบบสัมผัสกับปุ่มที่เรียงตัวกันในแนวตั้งและแนวนอน ซึ่งแต่ละปุ่มจะทำงานในฟังก์ชั่นที่แตกต่างกันออกไป และไม่ตายตัว ทำให้การเข้าสู่ฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ทำได้อย่างรวดเร็ว และปรับเปลี่ยนไปได้หลายรูปแบบตามต้องการ
Full Experience HD
ถึงแม้ว่า NV24HD จะหันกลับมาใช้เซ็นเซอร์ภาพที่มีความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซลเช่นเดิม แต่ความละเอียดภาพขนาดนี้ก็ใหญ่โตเพียงพอ ที่จะนำภาพที่ได้ไปขยายใหญ่ในขนาดโปสเตอร์ได้อย่างสบายๆ โดยเซ็นเซอร์รับภาพที่ใช้นี้เป็นแบบ CCD ขนาด 1/2.3 นิ้ว ที่มีความละเอียดแสดงผล 10.2 ล้านพิกเซล ให้ขนาดภาพใหญ่สุดที่ 3648×2736 พิกเซลเลยทีเดียว โดยเลือกขนาดภาพที่เล็กลงได้อีก 6 ขนาด และมีขนาดภาพแบบไวด์สกรีนให้ใช้งานด้วยที่ 7 ล้านพิกเซล (3648×2056 พิกเซล) ซึ่งเมื่อนำไปเปิดภาพบนจอโทรทัศน์ระบบ HDTV ระบบไวด์สกรีนแล้ว จะได้ภาพที่มีความคมชัด และได้ภาพมุมกว้างเต็มตามากๆ เลยทีเดียว
ส่วนในโหมดถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบวิดีโอคลิป ถือเป็นจุดเด่นสูงสุดของกล้องรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ เพราะสามารถบันทึกภาพที่ความละเอียดระดับ 720p หรือ 1280×720 พิกเซลได้เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังบันทึกที่ความเร็ว 30 เฟรม/วินาที ได้เป็นตัวแรก ที่สามารถนำไปตัดต่อเป็นหนัง DVD ส่วนตัวได้เทียบเท่ากับกล้องวิดีโอแคมคอเดอร์ชั้นดี นอกจากนี้ยังสามารถต่อสาย HDMI กับโทรทัศน์ระบบ HDTV เพื่อเล่นภาพและวิดีโอที่มีความละเอียดสูงในฟอร์แมต H.264 ที่มีความคมชัด นุ่มนวล และความต่อเนื่องของภาพที่ดีกว่าระบบ MPEG-4 ถึงหนึ่งเท่า นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมการทำงานผ่านรีโมตคอนโทรลระบบ Anynet+ ของเครื่องเล่นทีวีซัมซุงได้ทันที เพิ่มความสะดวกเมื่อใช้งานร่วมกับโทรทัศน์และชุดโฮมเธียเตอร์ของคุณ (HDTV ในระบบของซัมซุงเท่านั้น)
DRIM engine II
ส่วนระบบประมวมผลภาพของ NV24HD นั้น ซัมซุงชูจุดเด่นด้วยชิปประมวลผลภาพที่มีความเร็วสูงแบบ DRIM engine II ซึ่งจะประมวลผลภาพได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น รวมถึงการตอบสนองการทำงานในระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการประมวลผลไฟล์ภาพที่มีความละเอียดสูงถึง 10.2 ล้านพิกเซลด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว, การวิเคราะห์สีสันและความคมชัดของภาพ, ทำงานร่วมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบดิจิตอล DIS หรือ Digital Image Stabilization, ระบบปรับความสว่างอัตโนมัติแบบ ACB (Auto Contrast Balance), การแก้ไขสัญญาณรบกวนหรือ Noise ที่ความไวแสงสูงให้เหลือน้อยที่สุด INR (Image Noise Reduction) รวมถึงการส่งผ่านไฟล์ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ด้วยความรวดเร็วไปยังการ์ดจัดเก็บภาพ
Photo Style Selector
โหมดสีรูปแบบใหม่ของซัมซุงในชื่อ Photo Style ซึ่งถูกยกมาเป็นโหมดเด่นและมีความ สำคัญในการถ่ายภาพเป็นอันดับต้นๆ แล้วในเวลานี้ โดยซัมซุงทำวงแหวนเลือกโหมดสี Photo Style แยกออกมาต่างหากจากเมนูในตัวกล้อง วางเอาไว้ทางด้านบนทางซ้ายของบอดี้ มีขนาด ใหญ่เท่ากับวงแหวนเลือกระบบบันทึกภาพเลยทีเดียว ในวงแหวนนี้ซัมซุงทำโหมดสีมาให้เลือกใช้งานได้ทันทีถึง 8 แบบ เริ่มจาก
NOR : Normal เป็นโหมดสีแบบมาตรฐาน ใช้สำหรับการถ่ายภาพทั่วไป ที่ต้องการสีสันแบบเที่ยงตรงและแม่นยำ เหมาะกับภาพทั่วไปไม่เน้นสีสันด้านใดเป็นพิเศษ
S : Soft เป็นโหมดสีแบบนุ่มนวล เหมาะสำหรับใช้ถ่ายภาพบุคคลที่ต้องการการไล่- โทนของสีผิวได้เป็นอย่างดี
V : Vivid เป็นโหมดสีแบบจัดจ้าน ให้สีสันของภาพออกมาในแบบจัดจ้านเกินจริง ไม่ว่าจะเป็นภาพวิวทิวทัศน์ ภาพดอกไม้ที่ต้องการสีสันที่สดใส หรือภาพสินค้า เป็นต้น
F : Forest เป็นโหมดสีที่เน้นความจัดจ้านของสีเขียวมากเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับผู้ที่ ต้องการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ที่ต้องการเน้นสีเขียวของต้นไม้ใบไม้ ให้จัดจ้านมากเป็นพิเศษ
R : Retro เป็นโหมดสีที่เน้นสีน้ำตาล เพื่อคุมโทนของภาพให้ออกไปในแนวย้อนยุคที่ไม่ใช่ภาพซีเปีย แต่เป็นภาพสีที่ดูเก่าเหมือนถูกเก็บไว้เป็นเวลานาน ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม
CO : Cool เป็นโหมดสีที่เน้นสีฟ้าเพื่อคุมโทนของภาพให้ออกไปในโทนเย็น เหมาะสำหรับภาพที่ต้องการให้อารมณ์ของภาพดูเย็นสบาย
CA : Calm เป็นโหมดสีที่เน้นคอนทราสต์ที่ต่ำมาก ไม่เน้นสีสันที่จัดจ้าน เหมาะสำหรับภาพที่ต้องการให้อารมณ์ของภาพดูเงียบสงบ
CL : Classic หรือโหมดสีขาวดำ สำหรับผู้ที่ต้องการเน้นการถ่ายทอดแสงและเงา การไล่โทนระหว่างสีขาวกับสีดำ
โดยโหมดสี Photo Style ทั้ง 8 แบบนี้ ผู้ใช้สามารถหมุนไปสู่โหมดสีที่ต้องการได้ทันที ในทุกระบบบันทึกภาพ ซึ่งทำให้ง่ายต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก และไม่ต้องเสียเวลาเข้า ไปปรับตั้งในเมนูเหมือนกล้องรุ่นอื่นๆ ให้เสียเวลา
DIS : Dual Image Stabilization
ระบบป้องกันภาพสั่นไหวของ NV24HD นี้เป็นแบบ Dual คือทำงานร่วมกันสองระบบ คือระบบปรับแก้ที่ตัวเลนส์แบบ OIS หรือ Optical Image Stabilization ซึ่งจะปรับชิฟท์ชุดเลนส์ OIS ให้เคลื่อนตัวในทิศทางตรงกันข้ามกับอาการสั่นไหวของมือขณะถือกล้องถ่ายภาพ อีกระบบที่จะทำงานควบคู่ กันไปก็คือ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ DIS หรือ Digital Image Stabilization ซึ่งจะทำการปรับค่าความ ไวแสงให้สูงขึ้นอัตโนมัติเมื่อถ่ายในสภาพแสงน้อย หากความเร็วชัตเตอร์ที่ได้มีค่าต่ำกว่ามาตรฐานที่ จะถือกล้องให้นิ่งได้ (เมื่อเลือกระบบถ่ายภาพแบบ Dual) โดยจากการทดสอบพบว่า สามารถถ่ายภาพที่ต่ำกว่าค่ามาตรฐานได้มากถึง 4 สตอปเลยทีเดียว ด้วยความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/2 วินาที ยังให้ภาพที่มี ความคมชัดได้มากถึง 50% ส่วนที่ 1/6 วินาที นั้น ได้ความคมชัดเกือบ 80% เลยทีเดียว ซึ่งถือว่าทำการป้องกันการสั่นไหวได้อย่างดีเยี่ยมถึง 2 เท่า


Be First To Comment
Sorry the comment area are closed